อิหยังว่ะ ? วิเคราะห์เเหตุหงส์แดงแพ้ 3 จาก 4 เกม ล่าสุด

อิหยังว่ะ ? วิเคราะห์เเหตุหงส์แดงแพ้ 3 จาก 4 เกม ล่าสุด

การที่จะบอกว่า ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ก็ไม่น่าจะถูกนัก เนื่องจากกว่าครึ่งค่อนฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง แต่การที่พวกเขาเพิ่งแพ้ 3 จาก 4 เกมล่าสุด คงไม่ใช่เรื่องที่น่านอนใจสักเท่าไร โดยเริ่มที่การออกไปพ่าย แอตฯ มาดริด ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อด้วยมาแพ้วัตฟอร์ดกระจุยกระจายในลีก 3-0 และล่าสุดที่เพิ่งแพ้ให้กับเชลซีไป 2-0 ในศึกเอฟเอ คัพ 3 นัด 3 รายการเลยทีเดียว ซึ่งด้วยมาตรฐานที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำไว้สูงมาก ๆ ในฤดูกาลนี้ จึงเกิดคำถามที่ว่า เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ ในช่วงที่ผ่านมา

เป็นจังหวะขาลง

นี่ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อะไรในโลกฟุตบอล เพราะทุกทีมล้วนมีช่วงขาขึ้น – ขาลง เป็นธรรมดาอยู่แล้วกับการเดินทางที่สุดหฤโหดใน 1 ฤดูกาล และนักฟุตบอลต่อให้เก่งแค่ไหนก็ตาม แต่หยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อยมันจะคอยย้ำเตือนเสมอว่า ทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกันหมด ซึ่งตอนนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงเห็นปัญหา และพยายามหาทางออกอยู่

จิ๊กซอว์ที่หายไป จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

แม้ เฮนเดอร์สัน จะไม่ใช่นักเตะที่มีชั้นเชิงสูงอย่าง ชาบี้, เมสซี่ หรือ อิเนสต้า แต่เขาก็เป็นกัปตันทีมจอมสู้ชีวิตคนหนึ่ง ความอดทนของเขาในการพัฒนาตนเอง และพาทีมให้บินสูงไม่มีขีดจำกัด เขาเปรียบเสมือนแหล่งพลังงานของทีม จากนักเตะที่แฟนบอลยี้ในช่วงแรก ๆ กลายเป็นยอดกัปตันทีมที่ทีมขาดไปไม่ได้ซะแล้ว

ผู้เล่นหมุนเวียนไม่มากพอ

ดูเหมือนว่า ผู้เล่นหมุนเวียนของ คล็อปป์ ไม่สามารถมอบบางสิ่งที่ทีมต้องการได้ ขนาดทีมของลิเวอร์พูลก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่โตอะไร อย่างนัดที่แพ้เชลซีก็เห็นได้ชัดเลยว่า มันมีระยะห่างระหว่างตัวจริงและตัวสำรองอยู่พอสมควร

เกมรับมีปัญหา

ที่ผ่านมา เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค คือคีย์แมนในเกมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเมื่อเขาฟอร์มดร็อปลงไป เกมรับของทีมก็ดูยวบไปด้วย ที่โดยมักจะมีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ จากความเข้าใจกันในเกมรับใน จนนำมาสู่การเสียประตูแบบไม่ควรเสีย

โดนคู่แข่งจับทางได้

เป็นที่รู้กันว่า ฟูลแบ็คสองข้าง คือกุญแจสำคัญที่คอยลอบโจมตีฝั่งตรงข้าม แต่เมื่อถูกคู่แข่งปิดทาง เล่นรัดกุม ไม่ให้ครอสเข้ามาง่าย ๆ จึงเป็นเหตุให้พวกเขาต้องหามิติในการเล่นที่หลากหลายกว่านี้

โชคเริ่มไม่เข้าข้าง

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล หลายครั้งที่พวกเขาเหมือนจะไม่ชนะ แต่ก็โกงความตายมาได้ตลอด เล่นยังไงก็ดูดี อะไร ๆ ก็เข้าทางไปเสียหมด แต่พอถึงชะตาไม่เข้าข้างบ้าง พวกเขาจึงถูกคู่แข่งลงโทษแบบที่เป็นในระยะที่ผ่านมานี้

 

 

 

ย้อนเวลา หาแชมป์ ‘หนสุดท้าย’ ของไก่เดือยทอง

ย้อนเวลา หาแชมป์ หนสุดท้าย ของไก่เดือยทอง

‘ไก่เดือยทอง’ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส เป็นสโมสรฟุตบอลจากเกาะอังกฤษในพรีเมียร์ลีก มักถูกเรียกกันสั้น ๆ ว่า

‘สเปอร์ส’ และเรียกสาวกของสโมสรว่า ‘ยิดอาร์มี่’ ที่หมายถึง ชาวยิว เนื่องจากพื้นเพเดิมของแฟนบอลเป็นชาวยิวที่ตั้งรกราก

ในกรุงลอนดอน นับสโมสรที่มีตำนานอันยาวนาน เป็นคู่ปรับร่วมเมืองกรุงลอนดอน กับ เชลซี และ อาร์เซนอล อีกทั้งพวกเขา

ยังเคยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้วถึง 2 สมัย

Tottenham Hotspur’s Dimitat Berbatov celebrates his goal

ในช่วงที่ผ่านมา สเปอร์ส จัดเป็นทีมที่กำลังพัฒนาจะเป็นทีมใหญ่ ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธว่า ศัพยภาพของสโมสรนั้น

มีมากเพียงพอแล้ว ขาดก็แต่ความสำเร็จที่เป็น ‘รูปธรรม’ โดย ‘ยิดอาร์มี่’ ต่างเฝ้ารอวันที่สโมสรจะก้าวขึ้นสู่ทีมระดับแนวหน้า

ในเวทียุโรปอย่างเต็มตัว

โจเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ในการนำพาไก่เดือยทองเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว สอดคล้องกับที่บอร์ด

บริหารของสโมสรให้สัมภาษณ์ตั้งแต่วันที่แต่งตั้งกุนซือรายนี้ว่า สโมสรต้องการ ‘ถ้วย’

โทรฟี่ล่าสุดของพวกเขา ต้องย้อนเวลาไปถึง 12 ปีที่แล้ว โดยในปี 2008 พวกเอาชนะเชลซี 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ

สนามที่เวมบลีย์ ในถ้วย คาร์ลิ่ง คัพ ซึ่งนับเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของพวกเขาในรายการนี้

ฆวนเด้ รามอส กุนซือในขณะนั้น นำท็อตแน่ม ถล่ม อาร์เซนอล 6-2 ในรอบตัดเชือก ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับเชลซี

ได้สำเร็จ

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงของทีมในขณะนั้น กดฟรีคิกให้เชลซีออกนำไปก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

จะสังหารจุดโทษตามตีเสมอให้สเปอร์สได้สำเร็จ และจบ 90 นาทีด้วยผลเสมอ

พวกเขาต้องไปดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเมื่อกลับมาลงเล่นได้เพียง 3 นาที โจนาธาน วู้ดเกต ก็ส่งบอล

ไปซุกก้นตาข่ายได้สำเร็จ เป็นประตูชัยสู่แชมป์ของพวกเขาในปีนั้น

นับเป็นแชมป์แรกของพวกเขาในรอบ 9 ปี ซึ่งแชมป์รายการนี้ ทำให้พวกเขาตีตั๋วไปเล่นยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จ หลังจาก

ที่จบอันดับ 11 ของตารางในปีนั้น

แม้ว่าไก่เดือยทองในยุคของ ปอเช็ตติโน่ จะได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรุกได้แข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่ง

ใน พรีเมียร์ ลีกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขามี แฮร์รี่ เคน ที่ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักรถล่มประตูของทีม คว้าดาวซัลโวลีก

ได้ถึง 2 สมัย แต่ด้วย จังหวะและโอกาส ทำให้พวกเขาไม่ได้สัมผัสถ้วยใด ๆ เลย ตลอด 5 ปี ในการทำงานของเขากับสเปอร์ส

สเปอร์สขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์อย่างจริงจังในฤดูกาล 2015-2016 และ 2016-17 แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้งสองปี

ดังกล่าว พวกเขาใกล้เคียงกับการชูถ้วยแชมป์อีกครั้งในซีซั่นที่ผ่านมา เมื่อสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลถ้วย

ยุโรปได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็แพ้ความเฉียบขาด พ่ายไป 2-0 ในเกมดังกล่าว

หลังจากนั้น พวกเขาก็เหมือนกับคนเสียศูนย์มาตลอด เปิดฤดูกาลมาด้วยผลงานอันย่ำแย่ คะแนนลงไปเกลือกกลั้ว

กับบรรดาทีมหนีตกชั้น จนต้องแยกทางกับกุนซือชาวอาเจนไตน์ในที่สุด โดยพวกเขาก็หวังว่า ชื่อชั้นของ ‘มูรินโญ่’ จะเข้ามา

เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปเสียที

 

มหากาพย์ ป๊อกบา กับบทสรุปที่อาจจบไม่สวย ?

มหากาพย์ ป๊อกบา กับบทสรุปที่อาจจบไม่สวย ?

มีข่าวลือตามหน้าสื่อออกมาเป็นระลอก สำหรับมิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกกับฝรั่งเศส อย่าง ‘พอล ป๊อกบา’ ที่อนาคตของเขา

ในถิ่นโรงละครแห่งความฝัน ยังคงคลุมเครือและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“ผมต้องการจะสร้างทีมโดยมี ป๊อกบา เป็น ศูนย์กลางของทีม” โอเล่ กุนนาร์โซลชา เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งคุมทีมปีศาจแดง

ในช่วงที่เรียกได้ว่า ‘พีค’ ที่สุดของเส้นทางอาชีพกุนซือของเขา เมื่อครั้งที่ยังเป็นสัญญาการคุมทีมแบบชั่วคราว

 

ป๊อกบาและโซลชาร์ เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยกุนซือหน้าหยก ยังคุมทีมเยาวชนของยูไนเต็ด และมีเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์

อย่างป๊อกบา เป็นจอมทัพ มันจึงเป็นอะไรที่ไม่น่าแปลกใจ ที่เขาจะสามารถรีดศักยภาพของป๊อกบาออกมาได้อย่างถึงขีดสุด

และแม้ผู้จัดการทีมและสโมสรจะให้ความสำคัญกับป๊อกบาถึงเพียงนี้ แต่เจ้าตัวกลัวตอบแทนด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า

 

“ผมต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่”

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ยูไนเต็ด ไม่สามารถพาตัวเขาไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ หรือการที่แฟนบอลทีมตัวเองและสื่อในประเทศ

มักจะตำหนิทีมเสมอในยามที่ผลไม่เป็นไปตามที่หวัง และป๊อกบาคือ ‘แพะรับบาป’ ของสโมสร หรือจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม

ความจริงที่ว่า เขาอยากย้ายออกจากสโมสรตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มันคือ ‘เรื่องจริง’

 

การที่สโมสรจำต้องปล่อย อันเดร เอเรร่า และ มารูยาน เฟลไลนี่ ออกจากทีมไป และดูเหมือนว่าไปติดต่อนักเตะคนไหน เขาก็

ไม่เล่นด้วย ทำให้ปีศาจแดงอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่จะเสียกองกลางตัวหลักในทีมไปถึง 3 รายทำให้ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สุดท้ายจึงต้องรั้ง ป๊อกบา เอาไว้ และเจ้าตัวเองก็ยืนกรานหนักแน่นว่า เขามืออาชีพพอ และจะช่วยทีมอย่างเต็มที่

 

แต่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บจริง ๆ หรือป่วยการเมือง แต่สถิติการลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกให้แมนยูในฤดูกาลนี้

เพียงแค่ 7 นัด ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง โดยคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนเกมลีกทั้งหมด

 

‘มิโน่ ไรโอล่า’ เอเยนต์เจ้ากรรมนายเวรของยูไนเต็ด ได้ออกมาสร้างกระแสข่าวลืออยู่ตลอดเวลา และพูดเป็นนัยเสมอว่า

นักเตะในเตะในสังกัดของเขามีโอกาสย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่กับสโมสรอื่น

แต่นั่นก็เป็นเพียงกระบอกเสียงจาก ‘คนนอก’ ซึ่งมันคงจะไม่เป็นปัญหามากนัก หาก ‘ป๊อกบา’ ออกมาพูดสักนิด แสดงจุดยืน

สักหน่อย ให้มันชัดเจนไปเลยว่า เข้าต้องการอะไรกันแน่ ?

ขอแค่เขาออกมาพูดคำเดียวว่า ‘อยู่ต่อ’ ผมว่าแค่นี้แฟนบอลก็ฝันหวานและยกโทษให้เขา อยู่จะคอยสนับสนุนเขาต่อไปแน่นอน

อยู่แล้ว แต่ในบางครั้ง การเลือกที่จะเงียบ ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ตัวเขาต้องการสื่ออยู่แล้วก็ได้

พอล ป๊อกบา อาจเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด เป็นความหวังสูงสุดของปีศาจแดงในยุคนี้ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร หากคนหมดใจ

และคิดที่จะไป ยิ่งรั้งคงจะยิ่งมีแต่เสียหายกันทุกฝ่าย ด้วยการสาดเกมจิตวิทยาใส่กันบนหน้าสื่อเฉกเช่นทุกวันนี้

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – อาร์เซนอล v นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด          

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – อาร์เซนอล v นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด          

ตารางแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 (23.30 น.)

รายการแข่งขัน : พรีเมียร์ลีก

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดียม

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – อาร์เซนอล v นิวคาสเซิล

วิเคราะห์เกมการแข่งขัน

‘ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 10 ของตาราง มีคิวเปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พบกับ ‘สาลิกาดง’ นิวคาสเซิล

ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้อยู่อันดับ 12 แต่มี 31 แต้มเท่ากันกับทีมเจ้าบ้าน

ทีมเจ้าบ้าน แม้จะมีผลงานไร้พ่าย 5 นัด แต่กลับจมอยู่กลางตาราง สาเหตุก็มาจากการทำผลงาน ชนะ 1 เสมอ 4

เก็บได้แค่ 7 คะแนน จาก 15 คะแนน ดังนั้นเกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า พาลูกทีมลงสนามโดยมีเป้าหมายเพื่อชัยชนะอย่างแน่นอน

สภาพทีมตอนนี้ จะไม่มี คัลลัม แชมเบอร์ส, คีแรน เทียร์นีย์, รีส เนลสัน และ เซดริก ซูอาเรส ที่เพิ่งยืมมาค่อนข้าง

แน่นอน แต่ เซอัด โคลาซินัช และ บูกาโย่ ชาก้า กลับมาซ้อมกับทีมได้แล้ว ต้องเช็คความพร้อมอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังได้ ดาวิด ลุย และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง ที่กลับมาจากโทษแบน ทำให้เกมนี้ อาร์เตต้า น่าจะจัดทีมที่ต้องการได้ และอาจใช้ โอบาเมย็อง และ ลากาแซ็ต ลงสนามพร้อมกันอีกคำรบ

ส่วนทางด้านทีมเยือน ‘สาลิกาดง’ นิวคาสเซิ่ล ผลงานแย่พอกัน โดย 5 นัดหลังสุด พวกเขาชนะ 1 เสมอ 3 และ แพ้ 1 เก็บได้เพียง 6 จาก 15 คะแนนเท่านั้น และมีสิทธิ์จะเพิ่มเป็น แพ้ 2 จากเกมที่ต้องออกไปเยือนนี้หากพวกเขาทำได้ไม่ดีพอ

เป็นที่น่าเห็นใจกุนซืออย่าง สตีฟ บรูซ ที่ต้องประสบปัญหากับอาการบาดเจ็บของนักเตะมากมาย ไล่มาตั้งแต่

เจโทร วิลเล่มส์, ฮาเวียร์ มากีโญ่, แจ็ค โคลแบ็ค, พอล ดัมเม็ตต์, ดไวท์ เกย์ล, โยชิโนริ มุโตะ, เอมิล คราฟธ์, แอนดี้ แคร์โรว์

และ จอนโจ้ เชลฟ์วี่

เกมนี้หากวัดกันที่สภาพความพร้อมก็ต้องบอกว่า ทีมเจ้าบ้านได้เปรียบอยู่พอสมควร และมีโอกาสสูงที่นิวคาสเซิล

จะอัดกองกลางเพื่อหวังเอาชนะเกมในแดนกลาง และต้องการเก็บออกไปอย่าง 1 แต้ม ทำให้น่าจะมีประตูเกิดขึ้นไม่มาก

แถมทีมเจ้าบ้านยังมีปัญหาเรื่องการทำประตูในระยะหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความเก๋าและประสบการณ์ของทีม เชื่อว่าทีม

เจ้าบ้าน จะเก็บชัยชนะในบ้านตัวเองได้อย่างหืดจับ

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซนอล : แบรนด์ เลโน่, บูกาโย่ ซาก้า, ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช, มัตเตโอ เก็นดูซี่,

กรานิต ชาก้า, เมซุต​ โอซิล, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง

 

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด : มาร์ติน ดูบราฟก้า, ไอส์แซ็ค เฮย์เด้น, เฟเดอริโก เฟอร์นานเดซ, จามาล ลาสเซลล์, คีแรน คล้าร์ก,

ดีอันเดร เยดลิน, แมตต์ ริตชี่, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง, มิเกล อัลมิรอน, โจลินตอน

 

สกอร์ที่คาด

อาร์เซนอล 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – ลิเวอร์พูล v เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – ลิเวอร์พูล v เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

ตารางแข่งขัน : วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 (03.00 น.)

รายการแข่งขัน : พรีเมียร์ลีก

สนาม : แอนฟิลด์

วิเคราะห์เกมการแข่งขัน

ลิเวอร์พูล เอาชนะคู่แข่งในบ้านได้ติดต่อกันมากถึง 20 นัดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังยิงได้ 2 ประตูขึ้นไปมากถึง

19 จาก 20 นัด สภาพความพร้อมตอนนี้ ทีมหงส์แดง จะยังขาดแค่ นาธาเนียล ไคล์น และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เท่านั้น

โดยในเกมนี้ เราน่าจะได้เห็น ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกขึงใส่คู่แข่งตั้งแต่ต้นเกมเหมือนเดิม และครองเกมไว้ได้เป็นส่วน

ใหญ่เหมือนหลายนัดที่ผ่านยามเล่นต่อหน้า เดอะ ค็อป ของพวกเขา

ส่วนทางด้าน ‘ขุนค้อน’ เวสต์แฮม สถานการ์ในพรีเมียร์ลีกเข้าขั้นโคม่า เก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 5 นัดหลังสุด หล่นมาอยู่ในโซนตกชั้นเรียบร้อยแล้ว โดยมีอยู่ 24 แต้มจาก 26 นัด รั้งอันดับ 18 ของตาราง

โดยในเกมนี้ ‘เดวิด มอยส์’ จะยังคงไม่สามารถใช้งาน อังเดร ยาโมเลนโก้, แจ็ค วิลเชียร์ และ ไรอัน เฟเดอริก แต่ก็ยัง

มีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่อ ฟิลิเป้ อันแดร์สัน พร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้ง

โดย เดมิด มอยส์ น่าจะใช้แทคติคเดียวกับที่เจอ แมนฯ ซิตี้ ในเกมก่อน คือ พยายามอัดกลางให้แน่น และ รออาศัย

จังหวะสวนกลับ โดยเป็นแผนการเล่นทีมีโอกาสได้แต้มกลับไปมากกว่าการเปิดหน้าแลกเหมือนที่ทีมอื่น ๆ หลายทีมพยายาม

และจบไม่สวยสักราย

เกร็ดเล็กน้อยที่น่าสนใจคือ หงส์แดงยังไม่เคยแพ้สองเกมติดต่อกันในทุกถ้วยในฤดูกาลนี้ แถมฟอร์มการเล่นของ

ขุนค้อนในเกมเจอกับเรือใบสีฟ้า ก็สู้ไม่ได้ทุกกระบวน ซึ่งเป็นการบ้านที่ เดวิด มอยส์ จะต้องกระตุ้นให้ลูกทีมของเขา ลุกขึ้น

มาสู้มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้น การที่ ลิเวอร์พูล ได้ลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล ก็คงเป็นเหตุผลดี ๆ ให้พวกเขาสามารถเก็บ

ชัยชนะได้เป็นนัดที่ 26 ของซีซั่น และดำรงอยู่ในเส้นทางแชมป์ไร้พ่ายต่อไป

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : อลิซซอน เบคเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์, แอนดรูว์ โรเบิรต์สัน,

ฟาบินโญ่, จอจินิโอ้ ไวนัลจ์ดุม, อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์

 

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, อิสซ่า ดิย็อป, แองเจโล อ็อกบอนน่า, ไรอัส เครสเวลล์ -โรเบิร์ต สน็อดกราส,

ดีแคลน ไรซ์, มาร์ค โนเบิ้ล, โทมัส ซูเซ็ค, อาธูร์ มาซูอากู, มิคาอิล อันโตนิโอ, เซบาสเตียน อัลแลร์

 

สกอร์ที่คาด

ลิเวอร์พูล 2-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – อาร์เซนอล v เอฟเวอร์ตัน        

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – อาร์เซนอล v เอฟเวอร์ตัน        

ตารางแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 (23.30 น.)

รายการแข่งขัน : พรีเมียร์ลีก

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดียม

วิเคราะห์เกมการแข่งขัน

‘ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล ที่ฟอร์มเริ่มจะกลับมาเป็นผู้เป็นคน มีคิวต้องเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ

‘ท็อฟฟีสีน้ำเงิน’ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งก็ฟอร์มดีไม่แพ้กัน ไม่แพ้ใครในลีกมาแล้วถึง 5 เกมติดต่อ

‘เดอะ กันเนอร์ส’ ต้องขาดนักเตะหลายราย โดยเฉพาะแนวรับอย่าง เซดริก โซอาเรส, คีแรน เทียร์นีย์, โซกราติส

ปาปาสธาโธปูลอส, และ คาลัม แชมเบอร์ส ที่ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ส่วน ปาโบล มารี กองหลังตัวใหม่ ก็ยังไม่ฟิตพอ

ที่จะลงสนามช่วยทีม ส่วน ลูคัส ตอร์เรร่า มิดฟิลด์จอมขยัน และ จอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล ก็ยังต้องนอนรอเช็คสภาพความ

พร้อมก่อนลงสนามกันอีกหน

ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตตา เพิ่งบุกไปเอาชนะ โอลิมเปียกอส ทีมแกร่งจากกรีซได้ ในเกมยูโรป้า ลีก ในช่วงกลาง

สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้นก็เพิ่งโชว์ฟอร์มโหดในลีก สอนเชิงนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กลับบ้านไปด้วยสกอร์ขาดลอย 4-0

แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ส่งตัวหลักลงสนามหลายรายในเกมนั้น ซึ่งอาจทำให้ อาร์เตต้า อาจจำเป็นต้องทำการโรเตชั่นนักเตะ

บางรายในเกมวันนี้

ทางด้านทีมเยือนอย่าง ‘เอฟเวอร์ตัน’ จะขาดทางด้านของ ฌอง-ฟิลิปป์ กบาแม็ง ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ และ

ฟาเบียน เดลฟ์ ที่ติดโทษแบน ส่วนในรายของ ธีโอ วัลคอตต์ ก็ยังไม่ฟิตพอใช้งาน แต่ก็มีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่ออันเชล็อตติ จะได้ เบอร์นาร์ด และ อังเดร​ โกเมส ที่หายหน้าหายตาไปนานหลายเดือน หายเจ็บกลับมาเป็นทางเลือกให้กับทีม

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่แพ้ใครในลีกมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน เก็บชัยชนะได้ 3 นัด คาดว่าจะจัดผู้เล่นลงสนามในระบบ 4-4-2 นำโดยคู่กองหน้าฟอร์มฮ็อตอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน และ ริชาร์ลิซอน

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซนอล : แบร์นด์ เลโน, เฮคตอร์ เบเญริน, ชโกดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, บูกาโย่ ซาก้า, ดานี่ เซบาญอส, กรานิต ชาก้า,

นิโกลัส เปเป้, เมซุต โอซิล, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, อเล็กซ็องเดร์ ลากาแซ็ตต์

 

เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด, เชมุส โคลแมน, เยอร์รี่ มินา, ไมเคิล คีน, ลูกาส์ ดีญ, อเล็กซ์ อิโวบี้, กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน,

มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, เบอร์นาร์ด, โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

 

สกอร์ที่คาด

อาร์เซนอล 2-1 เอฟเวอร์ตัน

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – แมนฯ ยูไนเต็ด v วัตฟอร์ด

พรีวืว พรีเมียร์ลีก – แมนฯ ยูไนเต็ด v วัตฟอร์ด

ตารางแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 (21.00 น.)

รายการแข่งขัน : พรีเมียร์ลีก

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

วิเคราะห์เกมการแข่งขัน

‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังต้องการคะแนนในการไล่ล่าท็อปโฟร์ เพื่อโควต้าในการไปเล่นฟุตบอลยุโรป จะเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของทีม ‘แตนอาละวาด’ วัตฟอร์ด ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นอยู่ในขณะนี้

โดยทางด้านเจ้าบ้าน จะไม่มีกองกลางตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา ที่แม้จะกลับมามีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วในสนามซ้อม แต่น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด โซลชาร์ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ปัญหาอาการบาดเจ็บหลังของเจ้าตัวยาวนานกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะได้สองกำลังสำคัญอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ

เมสัน กรีนวูด กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง แต่ต้องเช็คความพร้อมกันต่อไป

ลูกทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชา โดยก่อนหน้านี้ที่อัดเชลซีคาบ้านไป 2-0 ในลีก แต่เพิ่งใช้ชุดโรเตชั่น บุกไปเสมอทีม

คลับ บรูกก์ ในเกม ยูโรป้า ลีก กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดกันว่าเกมนี้ โซลชา จะยังคงส่งตัวหลักอย่าง บรูโน แฟร์นานเดส และ

อารอน วาน-บิสซากา กลับเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง หลังถูกพักในเกมที่แล้ว รวมถึง เฟร็ด อีกราย

ทางด้านทีมเยือน ‘แตนอาละวาด’ วัตฟอร์ด จะขาด ดารีล ยานมัตต์ แบ็คขวา ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่เข่า

แต่พวกเขาอาจจะได้ กิโก้ เฟเมเนีย แบ็คจรวดทางเรียบ และ อิสไมล่า ซารร์ แนวรุกตัวเก่งชาวเซเนกัล กลับมาเป็นตัวเลือก

ให้กับทีมอีกครั้ง

ทีมของ ไนเจล เพียร์สัน น่าเป็นห่วงกว่าตรงที่ไม่ชนะใครเลยในลีกถึง 4 เกมติด รั้งอยู่อันดับที่ 19 ของตารางในตอนนี้

โดยคาดว่าในเกมนี้ ไนเจล เพียร์สัน จะจัดผู้เล่นลงสนามในระบบ 4-2-3-1 นำโดยตัวหลักประจำทีมอย่าง อับดูลาย ดูกูเร่,

เกราร์ด เดโลเฟว และ ทรอย ดีนีย์ กองหน้ากัปตันทีม

แม้ว่า วัตฟอร์ด จะเคยชนะ ปีศาจแดง มาได้แล้วในการเจอกันเกมแรกในลีก แต่ครั้งนี้ด้วยสถานการณ์ที่ต่างกัน

ความมั่นใจที่ต่างกัน รวมถึงยูไนเต็ดยังมีคีย์แมนอย่าง บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่น่าจะสร้างความแตกต่างจากเกมที่แล้วได้

พอสมควร

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วานบิสซาก้า, แฮร์รี่ แมคไกวร์, เอริค ไบยี่, ลุค ชอว์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์,

เฟร็ด, เนมานย่า มาติช, บรูโน่ แฟร์นานเดส, ดาเนี่ยล เจมส์, อ็องโทนี่ มาร์กซิยาล

วัตฟอร์ด : เบน ฟอสเตอร์, อาเดรียน มาริอัปปา, คริสเตียน คาบาเซเล, เคร็ก แคธคาร์ท, กิโก เฟเมเนีย, นาธาเนียล ชาโลบาห์,

เอเตียง กาปู, เกราร์ด เดโลเฟว, อับดูลาย ดูกูเร, อิสไมลา ซารร์, ทรอย ดีนีย์

 

สกอร์ที่คาด

แมนฯ ยูไนเต็ด 3-0 วัตฟอร์ด

พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – เรอัล มาดริด v แมนฯ ซิตี้         

พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – เรอัล มาดริด v แมนฯ ซิตี้         

ตารางแข่งขัน : วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 (03.00 น.)

รายการแข่งขัน : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก

สนาม : ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว

วิเคราะห์เกมการแข่งขัน

เจ้าบ้าน ‘เรอัล มาดริด’ มีฟอร์มการเล่นใน 4 นัดหลัง ที่ดร็อปลงไปพอควร เก็บชัยชนะได้นัดเดียว แถมเกมล่าสุด

ยังบุกไปพ่าย เลบันเต้ 1-0 ถูกบาร์เซโลน่าแซงขึ้นจ่าฝูงไปเรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านั้นก็พึ่งตกรอบ โคปา เดล เรย์ มาหมาด ๆ

และกลางสัปดาห์นี้ ราชันชุดขาว มีคิวเปิด เบอร์นาเบว สนามเก่ง ต้อนรับการมาเยือนของ แมนฯ ซิตี้ ทีมแกร่งจากอังกฤษ

ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เริ่มกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

สภาพที่ก่อนลงสนาม ซีดาน จะขาดนักเตะเพียงสองราย นั่นคือ เอเดน อาซาร์ ที่ได้รับบาดเจ็บในเกมที่พบเลบันเต้

รวมถึง มาร์โก อเซนซิโอ ที่มีอาการบาดเจ็บมาอยู่ก่อนแล้ว

ทางด้านทีมเยือน ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’  ที่ล่าสุดบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ 0-1 ในเกมลีกล่าสุดที่ผ่านมา โดยวัน

พุธนี้ ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องพบศึกหนักในการบุกไปเยือนถิ่น ซาติอาโก้ เบอร์นาเบว รังเหย้าของ เรอัล มาดริด ซึ่งแม้ว่าฟอร์มช่วงหลังจะไม่สู้ดีนัก แถมยังขาด 2 ตัวหลักอย่าง อาซาร์ และ อเซนซิโอ ในเกมนี้ แต่เรือใบสีฟ้า ก็จะประมาทแนวรุก

ระดับพระกาฬอย่าง แกเร็ธ เบล, เบนเซม่า, อิสโก้ และบรรดาดาวรุ่งไม่ได้เป็นอันขาด เพราะเป็นเกมการแข่งแค่ 2 นัด และยัง

เป็นถ้วยที่ เรอัล มาดริด มีประสบการณ์การชูถ้วยนี้มากกว่าทีมใดในโลกอีกด้วย

สภาพความพร้อมปัจจุบัน ลีรอย ซาเน่ น่าจะยังต้องนั่งดูเพื่อนเล่นไปก่อน ส่วน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ก็ต้องลุ้นสภาพความ

พร้อมอีกครั้ง

สถานการณ์ในเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า น่าจะสั่งลูกทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่เจ้าบ้าน แต่ไม่ถึงกับเปิดช่องว่างมากนัก เพราะเขาเองก็รู้จัก ราชันชุดขาว เป็นอย่างดี รูปเกมน่าจะดูเชิงกันก่อนในช่วงแรก จึงน่าจะอึดอัดแฟนบอลพอสมควร แต่หาก

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีแผลเปิดก่อน ก็เป็นไปได้ว่าจะเปิดหน้าแลกกันเหมือนกัน

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์, มาร์เซโล่, เซอร์จิโอ้ รามอส, ราฟาเอล วาราน, กาเบรียล คาร์บาฮาล, โทนี่ โครส,

กาเซมิโร, อิสโก้, แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน, ไคล์ วอล์คเกอร์, อายเมริค ลาปอร์ก, แฟร์นานดินโญ่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โรดรี้,

เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เฮซุส, เซอร์จิโอ อเกวโร่

 

สกอร์ที่คาด

เรอัล มาดริด 1-1 แมนฯ ซิตี้

ผมจะขออยู่เป็นตำนานที่นี่! เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล

ผมจะขออยู่เป็นตำนานที่นี่! เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล

ฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของลิเวอร์พูลในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา นอกจากจะมาจาก ผลงานที่ยอดเยี่ยมของสามประสานในแนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ แล้ว อีก 1 นักเตะสำคัญของลิเวอร์พูล ก็คือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล แบ็คขวาวัยเพียง 21 ปี ที่ทำผลงานได้โดดเด่น ไม่แพ้สามแนวรุกมหาประลัยของหงส์แดงเลย

ผลงานของเขาในช่วงฤดูผ่าน 2018-2019 ถือว่าร้อนแรงอย่างมาก และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักอย่างสมบูรณ์แบบหลังแย่งตำแหน่งจาก นาธาเนียล ไคลน์ สำเร็จ โดยเขาลงเล่นเกมลีกไป 29 นัด จัดไป 12 แอสซิสต์นับเป็นสถิติสูงสุดของผู้เล่นตำแหน่งกองหลัง ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยทำลายสถิติเดิมของ เลห์ตัน เบนส์ และ แอนดี้ ฮินช์คลิฟฟ์ 2 กองหลังของเอฟเวอร์ตัน ที่เคยทำได้สูงสุด 11แอสซิสต์ รวมถึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทัพหงส์แดง คว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก สมัยที่หก มาครองอีกด้วย

มาที่ฤดูกาลปัจจุบัน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ยังรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมของตนเอาไว้ได้ เป็นกำลังหลักของลิเวอร์พูลมาโดยตลอด  และทาบสถิติของตัวเองในฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จ ด้วยการทำแอสซิสต์ไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยยังเหลือการแข่งขันถึง 11 นัด ซึ่งนอกจากเจ้าตัวจะมีลุ้นในการทำลายสถิติของตัวเองนักฤดูกาลก่อนแล้ว เขายังทำสถิติแอสซิสตไปแล้ว 25 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมากที่สุดในบรรดากองหลังทั้งหมดที่ลิเวอร์พูลเคยมีมา เทียบเท่า สติก อิงเก บิยอร์นบี เจ้าของสถิติสูงสุดดังกล่าว นอกจากการเติมเกมรุกที่โดดเด่นและการครอสบอลที่แม่นยำแล้ว เจ้าตัวยังมีลูกฟรีคิกเป็นอาวุธเด็ดอีกด้วย ซึ่งทั้งวัตฟอร์ตและเซลซี ต่างก็เคยโดนทีเด็ดจากลูกฟรีของเขา เล่นงานมาแล้ว

จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น และสถิติอันน่าเหลือเชื่อ ทำให้มีการคาดการออกมาว่า บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ พร้อมทุ่มเงินกระชากตัว เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ไปร่วมทีม พร้อมประเคนค่าเหนื่อยให้อย่างมหาศาล ซึ่งแบ็คขวาลูกหม้อของหงส์แดงรายนี้ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าว เอาไว้ว่า ตัวเขาอยากอยู่ค้าแข้งกับทีมไปเรื่อยๆจนแขวนสตั๊ด และจะช่วยคว้าถ้วยแชมป์ให้มากที่สุด จนกลายเป็นตำนานที่แอนฟิลด์ โดยปัจจุบัน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล นับผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่ 110 ล้านยูโร เป็นรองเพียง คิลิยัน เอ็มปัปเป้ ของปารีส เพียงคนเท่านั้น

และปัจจุบันหงส์แดงก็ได้สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นทีมระดับโลกอย่างเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่ยุคที่จะขายนักเตะระดับสตาร์ของทีมออกไปเหมือนเช่นในอดีต ไม่ว่าเป็นจะเป็นในกรณีของ หลุย ซัวเรส หรือ ฟิลิเป้ คูติญโญ่ ไม่แน่ว่า ในอนาคตเราอาจจะเห็นกัปตันที่ชื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ก็ได้นะครับ

 

ไม่น่าพลาด! หงส์แดง ลุ้นซิวตัว แวร์แนร์ หลังนักเตะมีใจให้

ไม่น่าพลาด! หงส์แดง ลุ้นซิวตัว แวร์แนร์ หลังนักเตะมีใจให้

รูปที่1

ทีโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าคนสำคัญของ แอร์เบ ไลพ์ซิซ ทีมอันดับ 2 ของตารางในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง ทัพลิเวอร์พูล และ เจอร์เก้น คล็อปป์

โดยในเกมล่าสุด แวร์เนอร์ ยังคงโชว์ฟอร์มสวยหรู เพราะเขาทั้งยิงและแอสซิสต์ ช่วยให้ต้นสังกัด ถล่ม ชาลเก้04 ยับเยินถึงถิ่น 5-0 โดยหลังจบเกมส์ดังกล่าว Sky Germany สื่อลูกหนังเมืองเบียร์ได้ถามถึงความเชื่อมโยงของตัวเขากับลิเวอร์พูล ซึ่งแวร์เนอร์ได้กล่าวกับ Sky Germany เกี่ยวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ลิเวอร์พูล เอาไว้ว่า

“แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ คือโค้ชที่ดีที่สุดในโลก ใครก็รู้ดีถึงเรื่องนั้น’’

“มีหลายอย่างที่ตัวผมเองเชื่อว่า สไตล์การเล่นของผมจะเข้ากับพวกเขาที่นั่น” (ลิเวอร์พูล)

“ผมจะไม่ปิดกั้นโอกาสของตัวเอง แต่ในตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมต้องทำเพื่อ สโมสรไลพ์ซิซ”

“และที่สำคัญผมยังมี ยูโร กับทีมชาติเยอรมัน ซึ่งผมอยากโฟกัสตัวเองให้ทำผลให้ดีที่สุดในช่วงนี้ และเรื่องอื่นๆ เราจะค่อยมาคิดกันในช่วงจบฤดูกาล”

ดาวเตะวัย 23 ปี ลงสนามให้กับ แอร์เบ ไลพ์ซิซ ในฤดูกาลนี้รวมทุกถ้วยทุกรายไปแล้วทั้งสิ้น 31 นัด ก่อนจะโชว์ฟอร์มสุดสะเด่า ยิง 25 และแอสซิสต์ไปอีก 10 ส่วนในบุนเดสลีกา เยอรมัน แวร์เนอร์ ซัดไป 21 ประตู รั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวของลีก โดยตามหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงสัญชาติโปแลนด์ จากถ้ำเสือ บาเยิร์น มิวนิค เพียง 4 ประตูเท่านั้น

สำหรับ ทีโม แวร์เนอร์ นั้นเคยเป็นเป้าหมายของหงส์แดงมาแล้วในช่วงนึง ก่อนจะตกเป็นเป้าหมายสำคัญอีกครั้ง และคาดว่าลิเวอร์พูลน่าจะปิดดีล เพื่อให้ได้ตัว ทีโม แวร์เนอร์ ก่อนเริ่มศึกยูโร 2020 ซึ่งทัพหงส์แดง พร้อมทุ่มค่าฉีกสัญญา 60 ล้านปอนด์ โดยเชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะได้เปรียบสโมสรยักษ์ใหญ่อื่นๆในยุโรป เล็กน้อย ในการแย่งชิงตัว แวร์เนอร์

หากได้ ทีโม แวร์เนอร์ มาร่วมทัพจริง เชื่อว่าเจอร์เก้น คล็อปป์จะมีตัวเลือกในการจัดทัพมากขึ้น หลัง 3 ประสานหลักในแนวรุก ซานดิโอ มาเน่ โรแบร์โต้ ฟีมิโน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน 3 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยแวร์เนอร์ นอกจากจะสามารถเล่นในตำแหน่ง กองหน้าตัวเป้าได้แล้ว ยังสามารถในตำแหน่งตัวรุกริมเส้นอีกได้ด้วย ซึ่งจะหมุนเวียนในตำแหน่งของ มาเน่ และ ซาล่าห์ โดยเฉพาะหากทั้ง 2 ต้องเดินทางไปแข่งขัน แอฟริกัน เนชั่นคัพ ในช่วงต้นปี 2021 รวมถึงช่วงต้นฤดูกาล หากซาลาห์ ต้องเดินไปแข่งขันร่วมกับทีมชาติ อียิปต์ ในโอลิมปิค